อย่าซื้อประกันหลายตัวเพราะไม่คุ้มค่า จริงหรือไม่ ?


ซื้อแล้วไม่คุ้ม ? 

ความคุ้มเราดูจากอะไรบ้าง ผลประโยชน์กับเงินที่เราเสียไป ลักษณะโครงสร้างของประกันทุกครั้งเมื่อได้จ่ายเบี้ย คือต้นทุนชนิดหนึ่งเหมือนกัน อย่างไรก็ตามเบี้ยที่เราจ่ายไปจะสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราจ่ายประกันสุขภาพไป 100 บาท บริษัทประกันก็จะคำนวณต้นทุนเฉลี่ยซึ่งต่ำกว่า 100 บาทอยู่แล้ว เพื่อที่เขาจะได้มีค่าใช้จ่ายในส่วนของการดำเนินงานของเขา ถ้าท่านไม่ได้ใช้เลยก็จะได้ผลตอบแทน 0 บาท แต่ถ้าได้ใช้ก็อาจจะได้ 100-200 บาท ซึ่งถ้าคิดเฉลี่ยกันแล้วก็จะอยู่ในวงเงิน 100 บาท ซึ่งการซื้อประกันไปก็อาจจะไม่ได้คุ้มหรือได้กำไรอยู่แล้ว


ประกันมีหลากหลายประเภท  

ประกันจ่ายทิ้ง คือ ถ้าท่านเสียชีวิตท่านจะได้เงิน แต่ถ้าท่านยังไม่เสียชีวิตท่านจะยังไม่ได้เงินคืน ยกตัวอย่างเช่น การกู้ซื้อบ้าน ถ้าหากท่านเกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตประกันตรงนี้ จะเข้ามาช่วยเหลือท่านเพื่อไม่ก่อให้คนข้างหลัง เดือดร้อน 

ประกันสุขภาพ ที่รู้จักกันดี เช่น ถ้าป่วย เป็นโรค ต่างๆที่มีอยู่ในเงื่อนไขประกัน จะสามารถเบิกเงินรักษาได้

ประกันเงินออม คือ การนำเงินไปออมกับประกัน ให้เขาช่วยจัดสรรและวางแผนการเงินของเราได้

ประกันเงินออม ทำไมต้องออมเงินกับประกัน ?

ลักษณะของประกันเป็นประกันระยะยาว ยาวนาน 10 ปี – 20 ปีเป็นต้น ประกันจะการันตรีให้ เวลาที่เขาได้เบี้ยมาเขาจะนำเงินไปลงทุนในหุ้นได้แค่ส่วนน้อย แต่จะนำเงินไปลงทุนในพันธบัตรเป็นหลัก และพันธบัตรตัวนี้ ในส่วนใหญ่บางครั้งต้องลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลด้วย เมื่อเป็นพันธบัตรรัฐบาลดอกเบี้ยมันจะอยู่ที่ 3% ต่อปี และถ้าบริษัทประกันจะให้ดอกเบี้ยมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าตรงนั้นมันคือต้นทุนของบริษัท ที่นำเงินของเรา มาลงทุนให้ในระยะยาว และเขาก็จะจัดจ่ายค่าความคุ้มครองให้ การทำประกันเงินออมนี้เหมาะกับคนที่ไม่มีวินัยในการเก็บเงิน ไม่มีความรู้ในด้านการเงิน ประกันเงินออมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะให้เขาเข้ามาช่วยจัดสรรเงินออมตรงนี้ให้เป็นสัดเป็นส่วน


Unit-Linked ผลตอบแทนไม่มัน !

ผู้คนทั่วไปอาจจะวางแผนส่วนผสมทางการเงินด้วยตนเองได้ มีวินัยทางการเงิน สามารถนำเงินไปลงในหุ้นได้ ที่ได้มากกว่าการลงในพันธบัตร แต่บริษัทประกันเองก็เจอทางตันเนื่องว่าเงินที่ฝากเข้ามาส่วนใหญ่จะไปลงใน พันธบัตรจึงให้ผลตอบแทนกับลูกค้าได้น้อย มันจึงมีทางออกอีกแบบนึงที่ว่า ถ้าสมมุติว่ามีตัวเลือก ให้บริษัทประกันนำเงินไปลงทุนในหุ้นเป็นส่วนใหญ่ บริษัทประกันก็จะการันตรีเงินตรงนี้ ให้กับคนที่ซื้อไม่ได้ มันเลยออกมาเป็นแบบ Unit-Linked 


Unit-Linked คือ การทำประกันเพื่อการลงทุน 

แทนที่จะใส่เงินเข้ามาบริษัทประกันก็จะคำนวณให้ทุกอย่างว่าจะต้องคืนเงินเท่าไหร่ ปีไหน อย่างไรบ้างเพราะเขาการันตรีทุกอย่าง ท่านเพียงฝากเงินเข้ามาทางบริษัทจะมีกองทุนหรือมูลค่าบัญชีให้ และจะค่อยๆตัดค่าทำเนียมปีต่อปี เหมือนประกันทิ้งเปล่า จะไปถอนเงินจากกองกลางที่เราใส่เงินเข้ามา ไปเรื่อยๆ ถ้ามองทั่วไปจะเหมือนกับว่า ซื้อประกันพื้นฐานธรรมดาทั่วไปจ่ายเงินให้เขาตามปกติเพียงแต่ลูกค้าจะเลือกได้ว่าจะลงทุนในอะไรตามแต่ละช่วงของชีวิตเขา 


อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่....


#การลงทุน #รับคำนวณผลประโยชน์พนักงาน #การเงิน #นักคณิตศาสตร์ประกันภัย #ประกัน

ความคิดเห็น

  • ส่วนใหญ่ถ้าหวังผลระยะยาวก็ต้องประกันที่เอาเงินเราไปลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนอ่ะค่ะที่มีหลายอันน่าจะได้ แต่ก้อต้องเลือกดูรายละเอียดผลตอบแทนให้ดี ถ้าพวกประกันสุขภาพมีหลายอันไม่ค่อยคุ้ม


  • ซื้อประกันแบบจ่ายทิ้ง แล้วซื้อหุ้นประกัน VS Unit-Linked ซื้ออย่างไหนคุ้มกว่ากัน ?

    การซิ้อ Unit-Linked กระจายความเสี่ยงมากกว่า ถ้าถามว่าซื้อหุ้นประกันก็ได้ หรือ บริษัทประกันเองตั้ง Unit-Linked เพื่อซื้อหุ้นประกันเองก็ทำได้ เพียงแต่ความเสี่ยงของธุรกิจจะมีขึ้นมีลงกันไป อาจจะทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนรวดเร็วอย่างตั้งใจไว้ แต่จะค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่บริษัทที่กำไรเยอะไม่ได้แปลว่าหุ้นเขาจะซื้อได้ ในเมื่อผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าหุ้นเขาได้กำไร ราคาหุ้นก็จะขึ้นไว้ล่วงหน้า บริษัทที่กำไรดีไม่ได้แปลว่า เป็นหุ้นที่ดี... ถึงแม้บริษัทประกันจะมีความเสี่ยงน้อยในอดีตได้กำไรดีมาตลอด “แต่ผลงานในอดีต ไม่สามารถทำนายอนาคตได้”


    ทางออกสำหรับผู้ที่สามารถวางแผนและวิเคราะห์ด้านการเงินได้

     เขาจะเรียกกันว่า ที่ปรึกษาทางด้านการเงิน มันก็จะดูทุกอย่างครบวงจร รวมไปถึงเรื่องวางแผนทางด้านการเงิน มองว่าในการที่เราจะไปซื้อประกันยุคใหม่ มันต้องซื้อพร้อมกับเรื่อง service ในการวางแผนการเงิน ไม่ใช่ดูแค่ว่ามันคุ้มอย่างไร ต้องดูการวางแผนทางการเงินด้วย และเราวางแผนในระยะยาวอย่างไร ไม่อย่างนั้นตัวเลือกอื่นในตลาดก็มี ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม, สลากออมสิน มันมีเครื่องมือมากมาย เพียงแต่ว่าเราควรมองถึงเรื่องการคุ้มครองมากกว่า  

    Unit-Linked ก็เช่นกัน ถ้าจะหวังว่าได้กำไรหรือรวยอาจจะเป็นคนละมุม มุมที่ว่าถ้าอยากจะได้เหมือนประกันสมัยก่อนที่จ่ายเบี้ยไปแล้วคุ้มครองตลอดชีวิตแต่ว่าเบี้ยที่เราจ่ายมันจะเป็นระยะยาว แต่ต้องนำเงินไปอยู่ในส่วนของพันธบัตร มันก็อาจจะดูว่าจำเป็นหรือไม่ แต่ในระยะยาวถ้าลงทุนในหุ้นต่อเนื่องกันเป็น 10 ปี มันก็จะได้ผลตอบแทนที่เฉลี่ยสูงกว่าพันธบัตร ก็จะเปิดโอกาสให้คนที่คิดว่ารับความผันผวนของตรงนี้ได้ เพราะอย่างไรก็ตามการซื้อประกันระยะยาวก็เป็นการหวังผลระยะยาวอยู่แล้ว ก็จะได้ประหยัดเงินในการจ่ายเบี้ยอีกด้วย



    ในอนาคตประกันทั่วไปจะค่อยๆหายไป 

    ในอนาคตประกันที่ขายกันทั่วๆไป จะค่อยๆหายไป อาจจะเปลี่ยนเป็นแบบ Unit-Linked เพราะว่าการลงทุนเงินในพันธบัตรอาจจะได้แค่ 3% อาจจะดูไม่คุ้ม แต่ถ้าผันเงินไปอยู่ใน Unit-Linked แทน มันก็จะมีวัตถุประสงค์คนละแบบ ในความเป็นจริงแล้วควร “ซื้อประกันเพื่อประกัน” อย่าไปซื้อประกันเพื่อหวังผล เพราะการซื้อประกันคือการลดความสูญเสียในเรื่องการเงิน...


    สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Unit-Linked เพิ่มเติมได้ที่...

    ------------------------------------------------------------------------------------

    โดย : อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน) ด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย คุณวุฒิสูงสุดระดับเฟลโล่ 

    FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

    นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย

    อาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย 

    อาจารย์ที่ปรึกษาบทภาพยนตร์ Love Batle รัก 2 ปียินดีคืนเงิน 

    และผู้แต่งหนังสือ 

    • The Top Job Secret ภาค 1 – อาชีพเงินล้านที่คนไทยยังไม่รู้จัก
    • The Top Job Secret ภาค 2 - ทำน้อยได้มาก ฉลาดเลือกงาน 
    • ให้เงินทำงาน ภาค 1 - การจัดการสินทรัพย์และหนี้สินให้ถูกวิธี (Asset Liability Management)
    • ให้เงินทำงาน ภาค 2 - วิเคราะห์ภาษีกับนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (ตัดสินใจวางแผนการออมเพื่อประโยชน์ทางภาษี) 


    #การลงทุน #รับคำนวณผลประโยชน์พนักงาน #การเงิน #นักคณิตศาสตร์ประกันภัย #ประกัน

Sign In หรือ Register เพื่อแสดงความคิดเห็น