วิธีลงทะเบียน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต

สำหรับท่านที่เวลานี้เผชิญหน้ากับสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่ ทำให้เงินไม่พอใช้ ถูกพักงาน ถูกลดเงินเดือน รวมไปขนถึง ถูกเลิกจ้าง ทำให้เวลานี้ด้านการเงินของท่านอยู่ในช่วงขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ไม่สามารถผ่อนหนี้สินบัตรเครดิตและสินเชื่อลงได้ วันนี้ทาง แบงก์ชาติ หรือ ธนาคารเเห่งประเทศไทยร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม พร้อมช่วยเหลือท่านแล้ว โดยท่านที่สนใจสามารถดู วิธีลงทะเบียน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน แบบออนไลน์ ได้ตามรายละเอียดต่อไปนี้


วิธีลงทะเบียน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน แบบออนไลน์


สำหรับท่านที่มีหนี้บัตรและสินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ว่าตอนนี้จะอย่ในสถานะไหนก็ตาาม ทั้งเป็นหนี้ดีที่ยังผ่อนชำระปกติที่กำลังจะเริ่มขาดสภาพคล่องชั่วคราว หรือ กลุ่มคนที่เป็นหนี้เสีย ทั้งอยู่ระหว่างฟ้องและที่ยังไม่มีการฟ้อง ร่วมไปจนถึง กลุ่มที่มีคำพิพากษาแล้ว สามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมในครั้งนี้ เพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาที่มีกับเจ้าหนี้ได้ด้วยเช่นกัน โดยท่านสามารถดู รายละเอียด 3 ข้อเสนอจ่ายชำระที่ผ่อนปรนและสามารถทำได้ ได้แก่

  • กลุ่มคนที่เป็นหนี้ที่สถานะยังดีอยู่ สามารถเปลี่ยนเป็น term loan มีระยะเวลาผ่อน 4 ปี อัตราดอกเบี้ยจาก 16% เหลือ 12% ไม่เสียประวัติเครดิตบูโร
  • กลุ่มคนที่เป็นหนี้ NPL ตั้งแต่ก่อนฟ้อง หรือ อยู่ระหว่างฟ้อง จะจ่ายเฉพาะเงินต้น ดอกเบี้ยค้างยกให้เมื่อจบสัญญา โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 10 ปี
  • กลุ่มคนที่เป็นหนี้ NPL ที่มีคำพิพากษาบังคับคดีแล้ว จ่ายเฉพาะเงินต้น ดอกเบี้ยค้างยกให้เมื่อจบสัญญา โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระ 3 เดือน 3 ปี และ 5 ปี


เงื่อนไข การลงทะเบียน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้

  1. ให้จ่ายเฉพาะเงินต้น ดอกเบี้ยค้างยกให้เมื่อทำได้เสร็จตามสัญญา ผ่อนจ่ายภายใน 3 เดือน
  2. จ่ายเฉพาะเงินต้น ดอกเบี้ยค้างยกให้เมื่อทำได้เสร็จตามสัญญา ผ่อนจ่ายภายใน 3 ปี
  3. จ่ายเฉพาะเงินต้น ดอกเบี้ยค้างยกให้เมื่อทำได้เสร็จตามสัญญา ผ่อนจ่ายภายใน 5 ปี ซึ่งจะทำให้ค่างวดที่ลูกหนี้ต้องจ่ายไม่สูงนักและอยู่ในวิสัยที่ชำระได้ เช่น ถ้าเงินต้น 50,000 บาท ปีที่ 1-3 จ่ายเพียงเดือนละ 1,111 บาท ปีที่ 4-5 เดือนละ 416 บาท


«1

ความคิดเห็น

  • ขั้นตอนการลงทะเบียน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แบบออนไลน์


    เริ่มแรกให้ท่านไปที่เว็บไซต์  ธนาคารเเห่งประเทศไทย หรือคลิกที่รูปภาพด้านบน


    จากนั้นทำการเลือก หนี้ที่ท่านต้องการแก้ โดยมี 3 หัวข้อตามรูปถาพด้านบน


    จากนั้นระบบจะพาท่านมาหน้า รายละเอียด หนี้ที่ท่านกำลังเผชิญ อยู่หากท่านตรงกับหัวข้อไหนให้ทำการเลือกหัวข้อนั้น โดยจะมีทั้งหมด 3 หัวข้อคือ 1.หนี้ที่ศาลพิพากษาแล้ว หรือถูกบังคับคดี (โดยตัวอย่างเลือกข้อหนี้) 2.หนี้ที่ค้างชำระเกิน 3 เดือน หรือถูกฟ้อง และ 3.หนี้ที่ยังชำระอยู่แต่เริ่มฝืดเคือง หรือค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน จากนั้นทำการกดที่ เข้าสู่มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ส่วนใครที่เป็น กรณีที่ 2และ 3 ท่านสามารถดูวิธีลงทะเบียนได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้


    สำหรับหน้านี้หลังจากที่ท่านอ่านรายละเอียดแล้วให้ทท่านกดติ๊กที่ช่อง ข้าพเจ้ายอมรับข้อตกลงในการใช้งานนี้ จากนั้นกดที่ปุ่ม ยอมรับ


    ในขั้นตอนนี้ให้ท่านกรอกข้อมูลของลูกหนี้ให้ครบถ้วน ได้แก่ ชื่อ-สกุล เลือกประเภทรหัสอ้างอิงบุคคล(บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง) และ เลขประจำตัวบุคคล เมื่อกรอกเสร็จแล้วกดที่ปุ่ม ดำเนินการต่อ


    สำหรับขั้นตอนนี้ ให้ท่านทำการกรอกข้อมูลของลูกหนี้ให้ครบถ้วน ได้แก่ หมายเลขโทรศัพท์มือถือสำหรับเจ้าหนี้ติดต่อกลับ(จำเป็นต้องกรอก) Email(กรอกหรือไม่กรอกก็ได้)

    ที่อยู่ติดต่อ(กรอกหรือไม่กรอกก็ได้) ช่องทางที่ลูกค้าทราบ ถึงการไกล่เกลี่ย (จำเป็นต้องกรอก) สถาบันการเงิน (จำเป็นต้องกรอก) รูปแบบการชำระที่ต้องการ(จำเป็นต้องกรอก)

    ตัวอย่าง รายละเอียดรูปแบบชำระเงิน สินเชื่อส่วนบุคคล คดีมีคำพิพากษาแล้ว หนี้เงินต้นคงค้าง 100,000 บาท ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้

    • แบบที่ 1
    • (สมมุติว่าเจรจาเจ้าหนี้ตกลงให้ส่วนลดจากเงินต้น 10%) ชำระ 90,000 บาทเสร็จภายใน 3 เดือน แบ่งชำระได้
    • แบบที่ 2
    • ผ่อนเฉพาะเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี ผ่อนชำระเท่ากันเดือนละ 2,777.75 บาท
    • แบบที่ 3
    • ผ่อนเฉพาะเงินต้นเป็นเวลา 5 ปี โดยใน 3 ปีแรกผ่อนชำระเดือนละ 2,222.25 บาท ใน 2 ปีหลังผ่อนชำระเดือนละ 833.50 บาท

    เมื่อกรอกครบแล้วให้ท่าน จากนั้นกดที่ปุ่ม กดเพื่อขอรหัสเพื่อใช้ส่งข้อมูล


    กดที่ปุ่มตกลง เพื่อรอรับรหัส


    จากนั้นทำการกรอกรหัสที่ท่านได้มา แล้วกดที่ปุ่ม ส่งข้อมูล


    เมื่อท่านกดส่งข้อมูลแล้ว ระบบจะขึ้นรูปภาพแบบด้านบน ที่แสดงข้อความว่า ระบบได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ท่านแค่กดที่ปุ่มตกลง


    เมื่อท่านตกลงแล้วระบบจะแสดงข้อความแบบรูปภาพด้านบน ท่านก็แค่รอทางทีมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ดำเนินการติดต่อกลับภายใน 7 วัน เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียน

  • ผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด

    ฝั่งธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง

    • 1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    • 2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • 3. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    • 4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    • 5. ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. สาขากรุงเทพมหานคร
    • 6. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
    • 7. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
    • 8. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    • 9. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
    • 10. ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

    ฝั่ง Non-bank จำนวน 12 แห่ง

    • 1. บริษัท เจนเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด
    • 2. บริษัท ซิตี้คอร์ปลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
    • 3. บริษัท เทสโก้ โลตัส มันนี่ เซอร์วิส จำกัด
    • 4. บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด
    • 5. บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด
    • 6. บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
    • 7. บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
    • 8. บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
    • 9. บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
    • 10. บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน)
    • 11. บริษัท ไอทีทีพี จำกัด
    • 12. บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน)

    สำหรับใครที่ไม่สะดวกในการกรอกข้อมูลออนไลน์ สามารถโทรติดต่อ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร 1213 ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น. จะมีเจ้าหน้าที่ของแบงก์ชาติช่วยบริการกรอกข้อมูล ️หากเป็นช่วงนอกเวลาทำการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถส่งอีเมล์มาที่ [email protected] ฝากชื่อและเบอร์โทรศัพท์ ไว้ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อกลับไปและหากใครไม่ได้รับความช่วยเหลือขั้นต่ำตามข้อตกลงของมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ หรือมีการเรียกค่าใช้จ่ายอื่นอย่างไม่ธรรม สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวมาที่ ศคง. โทร 1213 เช่นกัน

  • ถ้าสมัครออนไลน์ไม่เป็น ทำอย่างไรดี

    สำหรับประชาชนที่ไม่ชำนาญการกรอกข้อมูลออนไลน์ สามารถโทรติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร 1213 วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น.จะมีเจ้าหน้าที่ของ ธปท.ช่วยบริการกรอกข้อมูล หรือ ถ้าเป็นช่วงนอกเวลาทำการตลอด 24 ชั่วโมงท่านสามารถส่งอีเมล์มาที่ [email protected] ฝากชื่อและเบอร์โทรศัพท์ ไว้ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อท่านกลับไป หากท่านไม่ได้รับความช่วยเหลือขั้นต่ำตามข้อตกลงของมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ หรือมีการเรียกค่าใช้จ่ายอื่นอย่างไม่ธรรม สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวมาที่ ศคง. โทร 1213



  • ประโยชน์ของการไกล่เกลี่ย

    เมื่อลูกหนี้เจ้าหนี้สามารถพูดคุยตกลงแก้ไขปัญหาหนี้ระหว่างกันได้ ลูกหนี้จะไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสู้คดี ไม่เครียด ธุรกิจเดินต่อได้ ในขณะที่เจ้าหนี้จะได้ประโยชน์จากการที่จะได้รับชำระหนี้คืน เพราะลูกหนี้จะยังผ่อนชำระหนี้ต่อเนื่อง ไม่ต้องไปฟ้องร้องบังคับคดี สามารถรักษาสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

    ทั้งนี้ การไกล่เกลี่ยแนวใหม่ ประกอบกับการปรับปรุงและยกระดับแนวปฏิบัติเกี่ยวกับดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่ผ่านมา จะทำให้แรงจูงใจในระบบการเงินโดยรวมมีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณคดีที่จะเข้าสู่ศาลและปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนลดลง รวมทั้งจะช่วยลดแผลเป็น (economic scars ) หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด19 ให้มีน้อยที่สุด 

  • ความพิเศษของงานครั้งนี้

    5.1 การไกล่เกลี่ยแบบใหม่ที่ ธปท.เข้าไปช่วยจัดทำข้อตกลงที่จะใช้เป็นมาตรฐานกลางที่มีข้อเสนอการรับชำระหนี้ที่ผ่อนปรน และอยู่ในวิสัยที่จะสามารถปฏิบัติได้ เพื่อให้ผู้ไกล่เกลี่ยนำไปใช้ในกระบวนการเจรจาต่อไป

    5.2 ครอบคลุมหนี้บัตรทุกกลุ่ม ถือเป็นการไกล่เกลี่ยที่ทำได้ครอบคลุมทุกสถานะ



  • ลูกหนี้สถานะยังเป็นหนี้ดี

    ขั้นตอนการไกล่เกลี่ยหนี้ครอบคลุมทุกวงจรของหนี้บัตร โดยเริ่มตั้งแต่ลูกหนี้ที่คงสถานะเป็นหนี้ดี จ่ายได้ในอัตราขั้นต่ำ แต่เริ่มขาดสภาพคล่อง เพราะดอกเบี้ยสูง หากลูกหนี้ต้องการลดภาระที่แบกไว้เนิ่นนานให้ลดน้อยลง สามารถขอเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิต ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง 16% เป็นหนี้ที่มีระยะเวลาผ่อนนานถึง 4 ปี โดยดอกเบี้ยต่ำลงคือ 12% และมีค่างวดที่แน่นอนได้ ซึ่งจะดีกว่าการจ่ายผ่อนขั้นต่ำไปเรื่อยๆ เช่น 

    ตัวอย่างหนี้บัตร 1 แสนบาท ถ้าผ่อนขั้นต่ำปีแรกเฉลี่ย 5,000 บาท รวม 84 งวดจึงจะหมดหนี้ ในขณะที่สินเชื่อผ่อนรายเดือนเฉลี่ยงวดละ 3,000 บาท นาน 40 งวดเท่านั้น สำหรับบัตรกดเงินสดก็เปลี่ยนเป็นหนี้ที่มีระยะเวลาผ่อนนาน 4 ปีที่อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% นอกจากนี้ สินเชื่อส่วนบุคคล ประเภทผ่อนรายเดือนที่มีดอกเบี้ยสูงถึง 25% สามารถขอลดดอกเบี้ยลงเหลือ 22% และลดค่างวดลงได้ 30% ด้วย



    นอกจากนี้ ท่านยังสามารถขอให้ผู้ให้บริการที่เป็นเจ้าหนี้คงวงเงินบัตรเครดิตบางส่วนเอาไว้ได้อีกด้วย ทั้งนี้ การเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตเป็นหนี้ที่มีระยะเวลาดังกล่าวเป็นแนวทางหนึ่งของมาตรการขั้นต่ำในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธปท. ซึ่งจะไม่กระทบประวัติในฐานข้อมูลเครดิตบูโร ลูกหนี้ที่ต้องการเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตเป็นหนี้ที่มีระยะเวลาซึ่งอัตราดอกเบี้ยต่ำลงสามารถใช้ช่องทางไกล่เกลี่ยในงานนี้ได้เช่นกัน และ ธปท. จะส่งคำขอของลูกหนี้ไปยังผู้ให้บริการทางการเงิน 



  • ลูกหนี้ที่สถานะเป็น NPL ทั้งที่ยังไม่ถูกฟ้องหรือถูกฟ้องแล้ว 

    สามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยครั้งนี้สมัครเข้าคลินิกแก้หนี้ได้เลย และจากที่ ธปท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลรับข้อเสนอของคลินิกแก้หนี้เป็นหนึ่งข้อเสนอที่ใช้ในขั้นตอนไกล่เกลี่ยออนไลน์ของศาล ลูกหนี้ที่ใช้ช่องทางนี้จะถือว่าสมัครเข้าคลินิกแก้หนี้และเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของศาลไปพร้อมๆ กัน 




    ข่าวดีสำหรับลูกหนี้กลุ่มนี้คือ ล่าสุดคลินิกแก้หนี้ได้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการจากเดิมที่จะต้องเป็นหนี้ NPL ก่อน 1 กรกฎาคม 2563 เป็น NPL ก่อน 1 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อให้สามารถรองรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤติโควิด19 ศาลให้ความอนุเคราะห์อำนวยความสะดวกให้ทางเลือกลูกหนี้สามารถเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยผ่านช่องทางออนไลน์ของศาล (ระบบ CIOS) หากตกลงกันได้ สามารถเลือกไปลงลายมือชื่อในบันทึกข้อตกลงได้ที่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ โดยมีศาลที่นำระบบดังกล่าวไปใช้แล้วกว่า 232 แห่ง



  • หนี้ NPL ที่มีคำพิพากษาบังคับคดีแล้ว

    เป้าหมายสำคัญและถือเป็นความพิเศษของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้คือ การไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในส่วนที่มีคำพิพากษาและถูกบังคับคดีแล้ว ซึ่งไม่สามารถเข้าคลินิกแก้หนี้ได้ และปกติเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้เจ้าหนี้จะมักจะไม่ยอมเจรจา แต่เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ให้บริการทางการเงินจำนวน 22 แห่งเล็งเห็นถึงความสำคัญและจำเป็นที่เจ้าหนี้ต้องผ่อนปรนและช่วยเหลือลูกหนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินต่อไปได้ จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในชั้นบังคับคดีสามารถที่จะเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้อีกครั้งหนึ่ง



    ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ลูกหนี้จะได้รับในงานนี้จะมีความผ่อนปรนสามารถปฏิบัติได้จริงตามแนวทางของคลินิกแก้หนี้ ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้จะผ่อนชำระเฉพาะเงินต้นเท่านั้น ส่วนดอกเบี้ยที่ค้างถ้ามีจะยกให้ ถ้าลูกหนี้จ่ายชำระตามแผนได้สำเร็จ และที่สำคัญจะมีระยะเวลาผ่อนชำระยาวถึง 5 ปี ซึ่งจะทำให้ค่างวดที่ลูกหนี้ต้องจ่ายไม่สูงนักและอยู่ในวิสัยที่ชำระได้ เช่น ถ้าเงินต้น 50,000 บาท ปีที่ 1-3 จ่ายเพียงเดือนละ 1,111 บาท ปีที่ 4-5 เดือนละ 416 บาท

  • น่าสนใจมากครับ อยากลดหนี้

  • เอาจริงๆเราต้องสร้างวินัยการมช้บัตรเครดิตนะครับ

Sign In หรือ Register เพื่อแสดงความคิดเห็น