9 สัญญาณเตือนสำคัญ รถยนต์กำลังจะมีปัญหา!!!

สรุป 9 รายการสัญญาณเสี่ยงของรถยนต์ที่สื่อว่ารถของเรากำลังจะมีปัญหา เเต่!! สามารถป้องกันได้ด้วยการหมั่นตรวจสอบและเช็คสภาพรถยนต์เป็นประจำ หรือนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสอบสภาพโดยละเอียดที่ศูนย์บริการ โดยสัญญาณเตือนที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษก่อนรถจะเกิดปัญหามีดังต่อไปนี้ 



1. เบรก

- เบรกรถแล้วมีเสียงเสียดสีเหมือนหนูร้องทั้งหน้าด้านหรือหลังรถ เพราะผ้าเบรกรถกำลังจะหมด ทำให้ชุด จานเบรกอาจเสียหายได้

- แม้ไม่ได้ลุยน้ำ แต่เบรกลื่น หยุดรถไม่ได้ เบรกแล้วรถปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง

- แป้นเบรกจมลึกลงไป เมื่อถอนเท้าออกมาแล้ว



2. ยาง

- ยางบวมจนทำให้รถยนต์สั่น เนื่องจากยางหมดอายุ

- ดอกยางตรงกลางล้อ สึกหรอมากกว่าขอบ แสดงว่าเติมลมแข็งเกินไป

- ดอกยางขอบล้อ สึกหรอมากกว่าตรงกลาง แสดงว่าเติมลมอ่อนเกินไป

- ดอกยางสึกหรอข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่ามุมแนวตั้งของยางไม่ตรง

- ดอกยางเป็นบั้ง แสดงว่าแนวของยางไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถ



3. เกียร์

- มีเสียงดังขณะอยู่ที่เกียร์ว่าง หรือเข้าเกียร์ใดเกียร์หนึ่งอยู่

- เปลี่ยนเกียร์ยาก มีอาการติดขัด หรือต้องขยับอยู่นาน

- มีเสียงดังขณะเข้าเกียร์และเหยียบคลัตซ์แล้ว



4. พวงมาลัย


- พวงมาลัยหนัก หรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว

- พวงมาลัยหลวมเกินไป โดยมีระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว

- พวงมาลัยสั่นในขณะขับ ยิ่งขับเร็วขึ้นไปอีกก็ยังสั่นเพิ่มขึ้นไปมากกว่าเดิม พอเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกระยะ

หนึ่งกลับสั่นน้อยกว่าเดิมหรือบางคันสั่นมากเหมือนจะสั่นกันไปทั้งคัน



5. คลัตซ์

- คลัตซ์ลื่น หรือเข้าคลัตซ์ไม่สนิท หรือเหยียบแป้นคลัตซ์แล้ว แต่ยังเข้าเกียร์ได้ยาก

- คลัตซ์มีเสียงดัง เมื่อเหยียบแป้นคลัตซ์

- แป้นคลัตซ์สั่นขึ้นลง ขณะกำลังขับควรนำรถ 



6. การสตาร์ทรถ

- ใช้เวลานานกว่าจะติด เกิน 30 วินาทีโดยประมาณ อาจเพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือมอเตอร์สตาร์ทเสีย



7. น้ำมัน และ การเผาไหม้เชื้อเพลิง

- ควันดำจากรถดีเซล เกิดได้จากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์มาจากหลายสาเหตุได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ กรองอากาศอุดตัน ปรับแต่งปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม

- ควันขาวจากรถเบนซินมัก แสดงว่ารถยนต์มีปัญหาในการเผาไหม้

- รอยน้ำมันหยดจากใต้ท้องรถ ซึ่งเกิดหลายสาเหตุต้องรีบตรวจสอบ

- อาการเหยียบคันเร่งแล้วรถตอบสนองช้ากว่าที่เคยเป็นแต่ไม่มีรอยน้ำมันรั่ว อาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วแต่ก็ยังเหมือนเดิมก็ต้องตรวจดู ตัวกรองอากาศและกรองน้ำมันเชื้อเพลิง



8. เครื่องยนต์

- เครื่องร้อน หรือเย็นจัดเกินไป ไม่สัมพันธ์กับระยะทางที่ขับ เข็มวัดอุณหภูมิยังไม่เคลื่อนที่ หรืออุณหภูมิสูงเกินไป มีเสียงดังผิดปกติจากเครื่องยนต์

- เสียงเครื่องดังผิดปกติ เหมือนเหล็กกระทบกัน หรือเสียงน็อก (knocking)



9. ไฟชาร์จ

- เมื่อสตาร์ทรถติดแล้ว ไฟชาร์จจะสว่างแล้วดับลง แต่ถ้าไฟชาร์จไม่สว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ อาจเกิดจากไดชาร์จผิดปกติหรือสาเหตุอื่นจากสัญญาณความผิดปกติที่เกริ่นมาข้างต้น บางส่วนสามารถเคลมประกันรถยนต์ได้ ดังนั้นควรพิจารณาเลือกทำประกันภัยรถยนต์ที่ไว้วางใจได้จะได้อุ่นใจในการขับขี่ทุกครั้ง




เปรียบเทียบประกันรถยนต์ คลิก ประกันรถยนต์

Sign In หรือ Register เพื่อแสดงความคิดเห็น