กรุงไทยพ้นสถานะรัฐวิสาหกิจแล้ว...!!

แบงก์กรุงไทย” ส่อหลุดสถานะรัฐวิสาหกิจ สะพัดกฤษฎีกาวินิจฉัย “FIDF” ผู้ถือหุ้นใหญ่แบงก์เป็น “องค์การมหาชน” ส่งผลให้แบงก์พ้นสถานะรัฐวิสาหกิจไปด้วย สคร.แจงสถานะเปลี่ยนแค่กฎหมาย 3 ฉบับ มองแง่ดีหนุนบริหารคล่องตัวขึ้น ปลดล็อกข้อจำกัดแบงก์ “ตั้งบอร์ด-ผู้บริหาร”ชี้กรรมการอายุเกิน 65 ปีได้ ส่วน “เอ็มดี”อายุเกิน 60 ปีได้



แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารกรุงไทยอาจจะพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ที่มีนายพนัส สิมะเสถียร เป็นประธาน ได้วินิจฉัยประเด็นที่ทางกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(FIDF) ได้ขอให้ตีความว่า FIDF และธนาคารกรุงไทย มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ ซึ่งมีกระแสออกมาว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาชุดดังกล่าว วินิจฉัยว่า FIDF ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นองค์การมหาชน อันจะส่งผลให้ธนาคารกรุงไทยที่ FIDF ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 55% ไม่มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังต้องรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาชุดดังกล่าว มีมติตีความออกมาอย่างเป็นทางการก่อน

สคร.ชี้ขึ้นกับกฎหมายแต่ละฉบับ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ถึงกรณีดังกล่าว ได้รับคำตอบว่า ตามที่ปรากฏข่าวออกมานั้น คณะกรรมการกฤษฎีกา เพียงตอบคำถามในขอบเขตของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้หารือภายใต้ขอบเขตกฎหมายฉบับอื่น ดังนั้น จะสรุปไม่ได้ว่าธนาคารกรุงไทยไม่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหากจะให้ถูกต้อง ต้องชี้ว่า ธนาคารกรุงไทยไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ, พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ และ พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

“อย่างไรก็ตาม ธนาคารกรุงไทยยังเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้นิยามใน พ.ร.บ.อื่น ๆ เช่น พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ เป็นต้น ดังนั้น ธนาคารกรุงไทยจึงไม่ได้พ้นสถานะจากการเป็นรัฐวิสาหกิจโดยสิ้นเชิง” นายประภาศกล่าว

ทั้งนี้ พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ เริ่มบังคับใช้เมื่อปี 2562 ซึ่งให้นิยามของรัฐวิสาหกิจ บริษัท และบริษัทมหาชน ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นมากกว่า 50% โดยธนาคารกรุงไทยไม่เข้าเกณฑ์ส่วนนี้ เนื่องจากกระทรวงการคลังไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นกรุงไทย แต่กองทุน FIDF เป็นผู้ถือหุ้นมากกว่า 50%

“หากมองในมุมภาครัฐ ที่ดูแลกองทุน FIDF ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น ธนาคารกรุงไทยก็ยังเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ถ้ามองในแง่กฎหมายจะไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่แม้ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ แต่ก็เป็นภายใต้กฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (PPP) รวมทั้ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เป็นต้นดังนั้น หากจะบอกว่าสถานะของกรุงไทยไม่เป็นรัฐวิสาหกิจเลย ก็คงจะไม่ตรงกับความเป็นจริง”

“FIDF” มอบอำนาจคลังกำกับได้

ขณะที่ในแง่การกำกับดูแลนั้น นายประภาศกล่าวว่า แม้ สคร.อาจจะไม่มีอำนาจในการกำกับดูแลกรุงไทยโดยตรง แต่กองทุน FIDF ก็สามารถมอบอำนาจให้กระทรวงการคลังเข้าไปกำกับดูแลได้เหมือนเดิม ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เป็นภาครัฐเหมือนเดิม เพราะ FIDF เป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“ธปท.หรือ FIDF สามารถมอบอำนาจมาให้กระทรวงการคลังดูแลได้ ดังนั้น ผมมองว่าไม่มีผลเสียอะไรเลย”

ปลดล็อก “ตั้งบอร์ด-ผู้บริหาร”

นายประภาศกล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมาธิการหรือผู้ที่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ก็ทราบรายละเอียดการกำกับดูแลกรุงไทยตั้งแต่แรก แต่มองว่าไม่ได้มีความเสียหายเนื่องจากกรุงไทยเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงอยู่ภายใต้กฎหมายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึง พ.ร.บ.บริษัทมหาชนอยู่แล้ว ซึ่งการกำกับดูแลภายใต้กฎหมายเหล่านี้ มีมาตรฐานสูงอยู่แล้ว

“ถ้าให้สถานภาพรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ เข้าไปกำกับกรุงไทยจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและยุ่งยาก แต่การที่กรุงไทยไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ดังกล่าว จะทำให้แบงก์สามารถบริหารจัดการได้คล่องตัว และมีศักยภาพมากกว่าเดิม เพราะถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจ จะติด พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีข้อจำกัดให้บอร์ดทำงานได้แค่อายุ 65 ปี หรือแม้แต่กรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็สามารถนั่งเก้าอี้ได้มากกว่าอายุ 60 ปีก็ได้ ก็จะทำให้มีตัวเลือกมากขึ้น

นายประภาศกล่าวด้วยว่า ธนาคารกรุงไทยยังสามารถมีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐได้ โดยสามารถได้รับสิทธิต่าง ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เหมือนเดิม ดังนั้น สิทธิประโยชน์ที่ผ่านมา ภายใต้มติ ครม.ก็จะยังคงอยู่เช่นเดิม

“ผยง” รอกฤษฎีกาสรุปคำวินิจจัย

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเรื่องนี้ โดยต้องรอคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปคำวินิจฉัยออกมาเป็นทางการก่อน

“ประเด็นเรื่องการตีความกฎหมาย ตอนนี้ผมยังไม่รู้รายละเอียด จะต้องรอการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนถามไป” นายผยงกล่าว


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ฝากความคิดเห็น

เครื่องมือแก้ไข Rich Text หากต้องการแก้ไขรูปแบบย่อหน้า ให้แตะแท็บเพื่อไปที่เมนูย่อหน้า จากตรงนั้นคุณสามารถเลือกได้หนึ่งรูปแบบ ไม่มีค่าเริ่มต้นเป็นย่อหน้า เมนูการจัดรูปแบบแบบอินไลน์จะปรากฏขึ้นเมื่อคุณเลือกข้อความ กดแท็บเพื่อเข้าไปสู่เมนูนั้น อาจมีการแทรกองค์ประกอบบางอย่าง เช่น มีการฝังรูปภาพ, ลิงค์, ตัวชี้วัดการโหลด และข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ไว้ในตัวแก้ไข คุณสามารถไปยังสิ่งเหล่านี้ได้โดยใช้ปุ่มลูกศรภายในตัวแก้ไข และลบสิ่งเหล่านี้ได้โดยอาศัยปุ่มลบหรือปุ่มย้อนถอยหลัง