โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ จะมีผลอะไรตามมาบ้าง

การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ พรรครีพับลิกัน กับ โจ ไบเดน พรรคเดโมแครต ผลการเลือกตั้ง โจ ไบเดน ชนะ โดนัล ทรัมป์ ด้วยคะแนน 290 ทำให้โจ ไบเดน มีสิทธิ์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้น หากไบเดนได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้เปิดเผยถึงนโยบายสำคัญของโจ ไบเดน ได้แก่

1. นโยบายเศรษฐกิจ: Buy American

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี (หรือดำเนินนโยบายปรับเพิ่มขาดดุลการคลังประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายใน 10 ปี) เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายของรัฐในส่วนของสวัสดิการสังคมและโครงการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ นโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ การเพิ่มภาษีภาคธุรกิจหรือนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% การเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีคนรวยจาก 37% เป็น 39.6%

2. นโยบายการค้าระหว่างประเทศ: Free Trade With Allies

การค้าเสรีจะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังคงนโยบายล้อมกรอบจีนเพื่อจำกัดไม่ให้จีนแพร่อิทธิพลและกลายเป็นประเทศมหาอำนาจแทนที่สหรัฐ แต่ทั้งนี้จะเน้นการใช้นโยบายการสร้างความร่วมมือทางการค้ากับประเทศพันธมิตร อาทิ เช่น ความร่วมมือกลุ่ม CPTPP

3. นโยบายด้านสุขภาพ: สานต่อโครงการ Obama Care

มองว่ายังมีชาวอเมริกันที่ยากจนที่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการประกันสุขภาพอีกจำนวนมาก จึงจำเป็นที่จะเพิ่มงบประมาณในเรื่องโครงการ Health Care ให้มากขึ้นโดยเม็ดเงินที่ใช้ในโครงการนั้นจะระดมทุนผ่านกลไกทางกฎหมายภาษีที่จะเก็บมากขึ้นจากกลุ่มคนรวย

4. นโยบายดูแล Covid-19 : ปิดเศรษฐกิจ เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนจาก Covid-19

5. ค่าแรงขั้นต่ำ : ปรับเพิ่มเป็น $15 ต่อชั่วโมง จาก $7.25 ต่อชั่วโมง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน และจะช่วยให้ประชาชนกลับมามีรายได้มากขึ้นหลังเศรษฐกิจชะลอตัว

6. อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ : อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์, พลังงานสะอาด, พลังงานทางเลือก, บริษัทวิจัยและพัฒนา

โดยจากการที่ โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งและได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในครั้งนี้ จะทำให้สินค้าและธุรกิจไทย ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ผลกระทบจาก CPTPP (เมล็ดพันธุ์พืช ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช บริการเพื่อสุขภาพ )


สำหรับสินค้าและธุรกิจของไทยที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ สินค้าขั้นต้นและขั้นกลางของไทยส่งออกไปจีน เพื่อผลิตสินค้าและส่งออกไปสหรัฐ (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์(IC&HDD parts) มอนิเตอร์และโปรเจคเตอร์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้) นอกจากนี้ไทยยังมีโอกาสในการส่งออกไปสมาชิก CPTPP และสหรัฐ โดยสินค้าและธุรกิจที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน รถยนต์และชื้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารกระป๋องและแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ขณะที่ยังได้ประโยชน์จาก CPTPP (อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ FDI)


ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เปิดเผยถึงนโยบายของ โจ ไบเดน ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทย ได้แก่ นโยบายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ฯ อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด ขยายเครือข่าย 5G รวมทั้งให้การสนับสนุนสวัสดิการด้านสุขภาพ จะเพิ่มโอกาสต่อการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับเหล็กและผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เพื่อผลิตสะอาดอย่างโซล่าเซลล์และไดโอด รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคมตลอดจนอุปกรณ์โทรศัพท์น่าจะมีความต้องการในอนาคต

ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2564น่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เติบโตไม่น้อยกว่า 3.0% การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ปี 2564 เติบโตรวดเร็ว 10%-12% มีมูลค่า 36,700-37,300 ล้านดอลลาร์ฯ ส่งผลต่อภาพรวมสินค้าไทยทุกอย่างไปได้หมด ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าขั้นกลาง

นโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศและสงครามการค้ากับจีนสงบชั่วคราว สงครามการค้าไม่ยกระดับการขึ้นภาษีแต่ไม่ได้แก้ปัญหาให้หายไป โดยใช้วิธีใหม่ในการหาพันธมิตรมาร่วมกดดันจีนให้เดินเข้าสู่มาตรฐานสากล เพื่อตัดท่อเลี้ยงธุรกิจเทคโนโลยีของจีน ผลต่อไทย การกีดกันการค้ากับไทยคงไม่รุนแรงโดยไทยน่าจะยังได้ต่ออายุสิทธิ GSP ทำให้สินค้าไทยสามารถใช้สิทธิไม่ต้องเสียภาษีได้ต่อไป


ผลทางอ้อมต่อไทย: ผลบวก

ระยะสั้น เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียฟื้น อานิสงส์ต่อการส่งออกของไทย

1) ส่งไปตลาดจีนโดยเฉพาะสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง อาทิ เม็ดพลาสติก ยางพารา เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า และผลไม้

2) ส่งไปตลาด CLMV ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวตามจีน อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

ในระยะยาว กรณีสหรัฐฯ สร้างพันธมิตรได้ เกิดการเบี่ยงเบนการค้าของไทยจากจีนไปยังประเทศอื่นที่เป็นปลายทางการลงทุนใหม่ของนักลงทุนต่างชาติ อาทิ ยุโรป อินเดีย ซึ่งไทยมีโอกาสส่งสินค้าไปสนับสนุนการผลิตบางรายการในตลาดพันธมิตร

ผลทางอ้อมต่อไทย: ผลลบ

1) หากสหรัฐฯ กลับมาเข้า CPTPP, TTIP (ความตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-EU) จะยิ่งทำให้ไทยหลุดออกจากห่วงโซ่การผลิตโลก โอกาสผลิตและส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ และเสียโอกาสรับเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ

2) การกระจายฐานการผลิตไปยังแหล่งอื่นๆ นอกจีนเป็นเทรนด์ที่นักลงทุนทั่วโลกทยอยทำเพื่อลดความเสี่ยง ไทยอาจไม่ได้ประโยชน์ในการรับเม็ดเงินลงทุนเท่ากับเวียดนาม เพราะไทยไม่ได้อยู่ในเกมของสหรัฐฯ และไทยคงต้องปรับตัวให้พร้อมรับการแข่งขันกับสินค้าเวียดนาม



CR การเงินธนาคาร

ฝากความคิดเห็น

เครื่องมือแก้ไข Rich Text หากต้องการแก้ไขรูปแบบย่อหน้า ให้แตะแท็บเพื่อไปที่เมนูย่อหน้า จากตรงนั้นคุณสามารถเลือกได้หนึ่งรูปแบบ ไม่มีค่าเริ่มต้นเป็นย่อหน้า เมนูการจัดรูปแบบแบบอินไลน์จะปรากฏขึ้นเมื่อคุณเลือกข้อความ กดแท็บเพื่อเข้าไปสู่เมนูนั้น อาจมีการแทรกองค์ประกอบบางอย่าง เช่น มีการฝังรูปภาพ, ลิงค์, ตัวชี้วัดการโหลด และข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ไว้ในตัวแก้ไข คุณสามารถไปยังสิ่งเหล่านี้ได้โดยใช้ปุ่มลูกศรภายในตัวแก้ไข และลบสิ่งเหล่านี้ได้โดยอาศัยปุ่มลบหรือปุ่มย้อนถอยหลัง