เปลี่ยนเครื่องยนต์ไม่แจ้ง ระวัง !! โดนปรับ

การซ่อมรถยนต์ บางครั้งอาจต้องตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเหตุผลหลายอย่าง เช่น เมื่อเปลี่ยนแล้วคุ้มมากกว่าการซ่อม, ต้องการเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาจุกจิกที่เกิดขึ้นกับรถที่แก้เท่าไรก็ไม่หายสักที แต่การเปลี่ยนเครื่องยนต์ก็มีข้อต้องระวังหลายอย่าง เช่น เครื่องยนต์ที่นำมาเปลี่ยนนั้นเป็นเครื่องที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีการนำเข้ามาถูกต้องหรือไม่ เพราะอาจเสี่ยงถูกดำเนินคดีได้ หลังจากเปลี่ยนแล้วต้องรีบแจ้งกับกรมขนส่งทันที เพราะการเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้ มีความผิดตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท อีกด้วย แล้วเราต้องดำเนินการแจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์อย่างไร วันนี้มีขั้นตอนมาแนะนำกันค่ะ


หลักฐานที่ใช้ในการแจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์

 


1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ตัวจริง)


2. หลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ 

- หนังสือรับรองการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์ 

- หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์

- ใบกำกับภาษีค่าเครื่องยนต์ / บิลเงินสด

- หนังสือขอแก้ไขชื่อ และที่อยู่ในบิลเงินสด, ใบกำกับภาษี (ถ้ามี)


3. สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าว เซ็นต์รับรองสำเนา และ ลายเซ็นต์ต้องเซ็นต์เหมือนในเล่มทะเบียนรถยนต์ หากเจ้าของรถเป็นนิติบุคคล ต้องใช้สำเนาหนังสือรับรองบริษัทพร้อมลงนามรับรอง และประทับตราบริษัท และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม (ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล ถ้ามี) 


4. หลักฐานการแก้ไขดัดแปลงสภาพรถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)

เอกสารที่ใช้เสริมในกรณีทำแทนผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์

1. หนังสือมอบอำนาจพร้อมลายเซ็นต์ผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นผู้มอบ ต้องเซ็นต์ให้ถูกกับเล่มทะเบียนรถยนต์

2. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ผู้รับมอบ เซ็นต์รับรองสำเนา


 ขั้นตอนการดำเนินการ

 


1. นำรถยนต์คันที่เปลี่ยนเครื่องแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งลงเล่มทะเบียนให้ถูกต้อง ไปยังกรมการขนส่งในเขตพื้นที่แจ้งใช้รถยนต์


2. ติดต่อทำเรื่องแจ้งยกเลิกการใช้เครื่องยนต์เดิมก่อน ที่งานทะเบียนและภาษีรถ ติดต่อแผนกตัดบัญชีและเครื่องยนต์ แล้วจะส่งต่อไปยังงานบัญชีเครื่องยนต์ 


3. หลังจากจบขั้นตอนการยกเลิกเครื่องยนต์เดิมเสร็จ ให้ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน เพื่อขอนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ เจ้าหน้าที่จะให้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปเข้าช่องตรวจสภาพรถยนต์ นำรถยนต์ไปตรวจสภาพ รอรับผลการตรวจสภาพรถยนต์คันดังกล่าว (ผลจะมีผ่าน กับไม่ผ่าน ถ้าตรวจสภาพผ่านไม่ผ่านก็จะทำการแจ้งใช้เครื่องยนต์ใหม่ไม่ได้)


4. หลังจากผลการตรวจสภาพรถยนต์คันดังกล่าวผ่านแล้ว ยื่นตรวจสอบคำขอพร้อม หลักฐานและผลผ่านการตรวจสภาพรถ ที่งานทะเบียนและภาษีรถ เขียนคำขอและยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนและใบคู่มือจดทะเบียนต่อ เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะทำการค้นทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าว เช็กต้น เมื่อพอต้นแล้วจะทำการแก้ไขเล่มทะเบียนให้ตรงและถูกต้องตามคำขอ 


5. ชำระค่าธรรมเนียมและภาษีส่วนที่เพิ่ม (ถ้ามี) รับเล่มทะเบียนที่แจ้งเปลี่ยนเครื่องแล้ว 


6. ตรวจสอบข้อมูลในเล่มทะเบียนที่แก้ไขเสร็จแล้ว


- ยี่ห้อ รุ่น แบบ เลขทะเบียน ปีจดทะเบียน

- เลขตัวถังรถยนต์

- เลขเครื่องยนต์ ความจุ ซีซี

- ชื่อ นามสกุล ผู้ถือกรรมสิทธิ์ และ ที่อยู่


 


ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการแจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์ ประกอบด้วย

 

1. ค่าคำขอ ฉบับละ 5 บาท


2. ค่าขอแก้ไขรายการในทะเบียนและคู่มือจดทะเบียน ครั้งละ 50 บาท


3. ค่าตรวจสภาพรถ ครั้งละ 50 บาท


เพียงเท่านี้ก็จบขั้นตอน หมดกังวลว่าจะถูกจับปรับตามมาตรา 60 แล้ว สามารถนำรถไปใช้งานได้อย่างสบายใจ และอย่าลืมเพิ่มความคุ้มครองรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ด้วยประกันรถยนต์ที่วางใจกันด้วยนะคะ https://www.smk.co.th/premotor.aspx

ฝากความคิดเห็น

เครื่องมือแก้ไข Rich Text หากต้องการแก้ไขรูปแบบย่อหน้า ให้แตะแท็บเพื่อไปที่เมนูย่อหน้า จากตรงนั้นคุณสามารถเลือกได้หนึ่งรูปแบบ ไม่มีค่าเริ่มต้นเป็นย่อหน้า เมนูการจัดรูปแบบแบบอินไลน์จะปรากฏขึ้นเมื่อคุณเลือกข้อความ กดแท็บเพื่อเข้าไปสู่เมนูนั้น อาจมีการแทรกองค์ประกอบบางอย่าง เช่น มีการฝังรูปภาพ, ลิงค์, ตัวชี้วัดการโหลด และข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ไว้ในตัวแก้ไข คุณสามารถไปยังสิ่งเหล่านี้ได้โดยใช้ปุ่มลูกศรภายในตัวแก้ไข และลบสิ่งเหล่านี้ได้โดยอาศัยปุ่มลบหรือปุ่มย้อนถอยหลัง