สอบถาม ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเค้าจ่ายกันยังไง

รบกวนท่านผู้รู้ พอดีว่าตอนนี้รถโดนชนหนักคู่กรณียอมรับผิดเค้ามีประกัน เราจะได้ค่าขาดผลประโยชน์ยังไงคะ เริ่มวันไหน 

บ้าง วันที่เกิดเหตุ หรือ วันที่อู่รับรถเรา  คือไม่อยากจะถามทางประกันเค้ามากเนื่องจากพูดจา ไม่ค่อยดี เราจะคุยกับเค้าเท่าที่จำเป็น เพราะตอนนี้เรายังบาดเจ็บอยู่ ต้องการให้หายดีก่อนค่อยเอาใบรับรองแพทย์ไปยื่นทีเดียว แต่ข้องใจเรื่องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคะ ผู้รู้ช่วยตอบหน่อย...

ความคิดเห็น

  • ค่ารักษาพยายามเบื้องต้นเราใช้ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลของเรา+พรบ.30,000 บาท เพราะตอนที่เกิดเหตุเราไม่ไหวแล้วทิ้งเราเอาชีวิตรอดก่อน ออกมาจากรถได้กู้ภัยมาไปรพ.ใกล้ๆก่อนเลย เรามีอาการแน่นหน้าอกและปวดหัวมาก ถ้ามัวรอประกันฝั่งเรามาเกรงว่าจะตายก่อน พอออกจากรพ.ก็มาClearกับคู่กรณีที่โรงพัก เค้าก็ยอมรับผิดเพราะจำนนต่อหลักฐานคือคลิปตรงแยกที่เกิดเหตุ แต่การรักษาพยาบาลของเรา(Fllow up)เราใช้ประกันสังคมของเราเองแค่เอาใบรับรองแพทย์ไปเบิกเค้าค่าชดเชยรายได้เท่านั้น ใครมีประสบการณ์แนะนำเราหน่อย เรากลัวว่าเค้าจะใช้ความไม่รู้ของเรา มาเอาเปรียบเรา เพราะเค้าเจรจาแบบเห็นแก่ตัวมากๆ เราแค่อยากได้สิ่งที่เราควรได้ ไม่ได้หวังรวยจากการบาดเจ็บของตัวเอง

  • การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถมีรายละเอียดดังนี้

    ในกรณีฝ่ายถูก : เมื่อรถซ่อมเสร็จแล้ว ท่านสามารถเขียนคำร้องค่าขาดผลประโยชน์ได้ที่บริษัทฯ ประกันคู่กรณี เอกสารที่ใช้ประกอบ ดังนี้

       1.  สำเนาบัตรประชาชน ผู้เอาประกันภัย

       2.  สำเนาใบขับขี่ ผู้ขับขี่ ณ วันเกิดเหตุ

       3.  สำเนาเล่มทะเบียน

       4.  สำเนาใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม)

       5.  สำเนากรมธรรม์ประกันภัย

       6.  สำเนาใบนำรถเข้าซ่อม และสำเนาใบนัดรับรถ ที่อู่ซ่อมออกให้ (ใบรับรถ/ส่งรถระบุวันที่ชัดเจน)

       7.  สำเนาเลขที่บัญชีเจ้าของรถกรณีให้บริษัทโอนเงินเข้าบัญชี

       8.  หนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการการใช้รถระหว่างซ่อม (ผู้เรียกร้องดำเนินการร่างเอง)   

       9.  ภาพถ่ายความเสียหาย (ถ้ามี)

    10. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมติดอากรสแตมป์10บาท (กรณีเจ้าของรถไม่มาเอง)   พร้อมสำเนาบัตรประชาชน ผู้มอบ และ ผู้รับมอบ


    ** หากรถคู่กรณีของท่านเป็น บมจ.วิริยะประกันภัย ติดต่อยื่นเอกสารที่บริษัทวิริยะประกันภัยโดยตรงได้ที่

    ที่ศูนย์สินไหมทดแทนที่ออกใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม) ติดต่อวันจันทร์ -ศุกร์ เวลา 08.30 -16.30 น.

    หรือท่านสามารถติดต่อยื่นเรื่องที่ศูนย์ฯสินไหมใกล้บ้าน ได้ที่https://www.viriyah.co.th/th/service-center.php**


    ที่มา วิริยะประกันภัย

  • เอาค่ารักษาก่อนนะครับ ค่ารักษาจริงๆ เบิกจากประกันได้ไม่ต้องใช้ประกันสังคมเลย ที่สำคัญ ประกันจ่ายเยอะกว่าอยู่แล้วด้วย ประกันรถเราอย่างน้อยก็ 1 แสน คู่กรณี อย่างน้อยก็ 500,000 บาท รักษาโรงพยาบาลดีๆ ได้เลยนะครับ แต่ต้องเข้าโรงพยาบาลในเครือที่บริษัทประกันมีดีลอยู่ แนะนำว่าเปลี่ยนที่รักษาเลย

    ค่าเสียประโยชน์แบ่งเป็น 2 ส่วนนำครับ เสียประโยชน์จากการไม่มีรถใช้ นับจากวันที่รถเข้าอู่ครับ ถ้ารถเราทำแบบซ่อมห้าง คือเข้าศูนย์ได้เลยนะครับ แต่ถ้ารถเราทำแบบซ่อมอู่ ก็หาอู่ในเครือครับ ถ้าบริษัทประกันของเราจัดการให้ดีไปครับ

    ค่าเสียประโยชน์จากอาการบาดเจ็บ นับตั้งแต่วันที่เราทำงานไม่ได้ครับ เสียประโยชน์จากการทำงานไม่ได้อันนี้ก็เรียกร้องได้นะครับ วันละ 500 นี่คือขั้นต่ำ แต่อย่าไปยอมนะครับ แบบนี้ เรียกหนักๆ หน่อยเน้อ วิริยะค่อนข้างเรียกยากหน่อย แต่ก็ขอให้เรียกได้หมดนะครับ

  • ไปเจอมาใน Pantip จากคุณ สมาชิกหมายเลข 773745  เพื่อเป็นประโยชน์จร้า


    เราจะมาเล่าขั้นตอนการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ที่เราเรียกจากประกันคู่กรณีให้เพื่อนๆได้รู้ค่ะ เรื่องเหมือนจะง่ายแต่พอมาเจอประกันคู่กรณีที่ไม่อยากจะจ่ายเงินให้เราตามที่เรียกไปทั้งทีเราว่าเราเรียกไม่เยอะ ความปวดหัวก็บังเกิดจริงๆ


    เริ่มจากรถของเราโดนชนท้ายวันที่ 23 ตุลาคม 62 รถเราเป็ฯประกันชั้น 1 ของวิริยะ ส่วนคู่กรณีประกันชั้น 1 ของไทยวิวัฒน์ โดยเราเป็นฝ่ายถูกเพราะคู่กรณีก้มหาโทรศัพท์มือถืออยู่เลยปล่อยรถไหลมาชนท้ายรถแบบเต็มๆ (รถกระเด้งไปข้างหน้าเลยดีไม่ชนคันหน้า)


    อันนี้ขอบอกเป็นข้อควรจำไว้นะค่ะว่า  ถึงมีประกันชั้น 1 ทั้งคู่ ถ้าสามารถรอประกันได้โดยไม่ขวางการจารจรก็ควรรอค่ะ เราโทรไปถามวิริยะตอนที่โดนชนเพราะเราก็เข้าใจว่าให้ถ่ายรูป แลกเอกสารและแยกเลย แต่ทาง CC บอกเราว่าถ้าสามารถรอได้ ขอให้รอเพราะจะได้ไม่มีปัญหา หรือ ต้องนัดมาเจอกันอีกรอบ เพราะเอกสารที่แลกกันนั้นถ้าไม่มีการติ๊กว่าใครเป็นฝ่ายผิดอาจจะมีปัญหาทีหลังได้ 

    เราก็รอให้เจ้าหน้าที่ประกันทั้ง 2 ฝ่ายมาค่ะ คู่กรณีเรานิสัยดีมากๆ เราลงมาจากรถคือเขาขอโทษเราไม่หยุดเลย บอกทันทีว่าเขาเป็นฝ่ายผิด เพราะมัวแต่หามือถือ พอประกันฝ่ายเขามาก็ย้ำอีกว่าเขาเป็นฝ่ายผิด 

    ความเสียหายคือ รถเรา Toyota RV4 โดนชนท้ายบริเวณยางอะไหล่ รถคู่กรณีกระแทกด้านล่างของผ้าครอบยางอะไหล่จนยุบลงไป ตรงประตูหลังของรถ ยุบ และมีรอยแตก (ช่างบอกถ้าแรงกว่านี้ก็ต้องเปลี่ยนเลยอันนั้นรออะไหล่ไปยาวๆ 45 วัน)  ในขณะที่คู่กรณี BMW ขอบกระโปรงหน้ารถยุบนิดเดียวแทบดูไม่ออก (แอบอิจฉาอย่างแรง ตัวถังเขาแข็งจริง)


    หลังจากประกันทั้ง 2 ฝ่ายมาถ่ายรูปและรถออกเอกสาร ขอถ่ายรูปใบขับขีเราไปแล้ว เราก็รับเอกสารจากประกันของเรามา จุดนนี้ต้องดูให้ละเอียดว่าเขาลงว่ารถเราเสียหายตรงไหน และ ติ๊กว่าเราเป็นฝ่ายถูก เราแลกเบอร์ติดต่อกับเจ้าของรถไว้ด้วย


    หลังจากส่งรถเข้าอู่ไปแล้วเราก็โทรไปถามที่วิริยะเรื่องการเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

     ซึ่งเรื่องนี้เราต้องไปยื่นเองที่ประกันของคู่กรณี คือ ประกันภัยไทยวิวัฒน์  

    เอกสารที่เราเตรียมคือ

    1. สำเนาใบรับรองความเสียหายของเรา (ตัวจริงเราต้องเอาให้อู่ของวิริยะตอนส่งซ่อม)

    2.สำเนาบันทึกความเสียหายจาก ไทยวิวัฒน์ ตัวนี้เราขอจากเจ้าหน้าที่ประกันวิริยะที่มาทำเรื่องให้เรา เขาส่งเป็นรูปถ่ายมาให้

    3. เอกสารจากทางอู่ที่ระบุว่า รับรถเข้า และ ออกวันไหน (ของเราเอกสารระบุ 28 ต.ค 62 - 1 พ.ย.62 แต่เอารถเข้าจริงคือบ่าย 26ต.ค.62)

    4. จดหมายแจ้งเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (เราเขียนขึ้นเองโดยหาตัวอย่างจากgoogle ระบุรายละเอียดและจำนวนเงินที่เรียก)

    5.สำเนาสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (อันนี้แอบยุ่งหน่อยเพราะชื่อเจ้าของรถเป็นชื่อพี่สาวเรา เวลาไปติดต่อเลยต้องไปด้วยกัน)

    6. สำเนาหน้าบัญชีที่จะให้โอนเงิน (ของพี่สาว)

    7. สำเนาบัตประชาชน ของเจ้าของรถ (ของพี่สาว)

    ในจดหมายแจ้งค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เราเรียกค่าเดินทางไป - กลับ จากบ้านที่พระราม 3 ไป ออฟฟิศที่วิภาวดีใกล้ตึกการบินไป ค่าแท๊กซี่และค่าทางด่วน รวม 3,600 บาท (เฉลี่ย 600 บาทต่อวัน) สำหรับค่าเดินทาง 6 วันไม่รวมเสาร์ - อาทิตย์  

    สำหรับคนที่เช่ารถ  คุณสามารถเช่ารถที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือ ต่ำกว่ารถของคุณที่โดนชน อย่างของเราสามารถเช่ารถกลุ่มSUV ได้ โดยเราต้องจ่ายค่าเช่าไปก่อน แล้วเอาใบเสร็จที่ระบุชื่อเราเป็นผู้เช่า วันไหนถึงวันไหน (ระยะเวลาต้องเท่ากับเอกสารที่ส่งรถเข้าอู่) รวมเป็นเงินเท่าไหร่ โดยเราถ่ายสำเนาเก็บไว้ แนบตัวจริงไป


    หลังจากยื่นเอกสารไปวันที่ 6 พ.ย.62  วันที่ 11 พ.ย.62 เราได้SMS แจ้งว่าค่าขาดประโยชน์ที่เราเรียกไปนั้น สูงเกินกว่าอัตรามาตราฐาน  ทางบริษัทให้ได้ 2,000 ถ้าเรายินดีรับเงินให้ติดคุณ......เบอร์...... ถ้าไม่ตกลงติดต่อ Complain Unit 1231กด 5  (อ่านแล้วขึ้นเลยขอบอก)


    วันรุ่งขึ้นติดต่อไป คือรอสายนานมากกกกก รอบแรก 6.32 นาที รอบที่ 2 11.18 นาที ทางนั้นรับเรื่องว่าเราไม่ยอนรับ ขอยืนยันที่จำนวนเดิม ทางนั้นก็บอกจะรับเรื่องแล้วประสานงานต่อ เราก็รอไปจนเมื่อวาน 22 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ของไทยวิวัฒน์ โทรมาโดยที่ถามเราทันทีว่าจำนวนเงินที่เราเรียกไปนะ ให้ได้ 2,000 เรา OK ใช่ไหม หายไป10 วันไม่ได้ประสานงานกันเลย เรายืนยันไม่ok ของจำนวนเดิม  ทางไทยวิวัฒน์แจ้งเราว่าสำหรับรถส่วนบุคคลให้ได้แค่วันละ 500 บาท ทั้งๆที่เราไปเช็คในเวปของ คปภ ระบุว่าขั้นต่ำคือ 500  


    เราแย้งในเรื่องที่เราไม่มีรถใช้ ในจดหมายก็ระบุแล้วว่าบ้านเราอยู่ไหน ออฟฟิศเราอยู่ไหน เราเรียกแค่นี้เรามองว่าสมควรแล้ว เขายังเอาเรื่องการเอารถเข้าอู่มาแย้งเราอีกว่าตามเอกสารการส่งรถเข้านั้น วันแรกที่ส่งรถเข้าเขาจะไม่นับ คือจะเอารถเข้ากี่โมงมันก็คือไม่มีรถใช้ไหม กรณีเราคือเข้าตั้งแต่วันเสาร์ 26 ต.ค.62 ด้วยซ้ำ ถ้าจะรวมวันที่ไม่มีรถคือ 9 วัน (26 ต.ค62 - 1 พ.ย.62) แต่เราเรียกแค่ค่าเดินทางวันไปทำงาน 6 วันเท่านั้น กว่าจะตกลงกันได้สรุปคือจบที่ 3,000 บาท เราคือแบบเซ็งมากนี้คือเราเป็นฝ่ายถูกนะ   นี้ก็รอดูว่าวันที่เขานัดว่าจะโอนเงินเข้าบัญชีจะได้ 3,000 จะได้จริงอย่างที่บอกไหม


    พี่สาวเรานั่งอยู่ด้วย ยังบอกเลยว่านี้ดีนะเราไม่ได้ไปเช่ารถมาขับ เพราะถ้าเช่ามา อย่างน้อยก็ประมาณ 7-8 วัน ค่าใช้จ่ายในการเช่ารถขนาดรถรุ่นเล็กพวกแจ๊ส หรือ ยาริส เฉลี่ยอยู่ 1,000 บาทต่อวัน ไม่รวมค่าน้ำมัน  ถ้าเราเช่ารเรื่องมันจะแย่กว่านี้แค่ไหน


    ประสบการณ์นี้ทำให้รู้ว่า ถึงคุณจะเป็นฝ่ายถูก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกร้องค่าเสียประโยชน์ได้ตามจริง  

  • KubaKuba
    แก้ไข มกราคม 21

    ขอบคุณทุกๆท่านมากๆ

  • ขั้นตอนการเคลมค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม คือ

     

    เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นและตกลงกันได้เรียบร้อยกับคู่กรณีว่าเราเป็นฝ่ายถูก หลังจากที่เราโทรแจ้งอุบัติเหตุแล้ว เราก็

     

    • รอรับใบแจ้งเคลมจากเจ้าหน้าที่ประกันภัย ถ่ายเอกสารเก็บไว้ด้วยนะครับ 
    • นำรถยนต์ไปที่ศูนย์หรืออู่ซ่อม พร้อมให้ศูนย์หรืออู่ซ่อมประเมินความเสียหายส่งเป็นเอกสารให้เราเก็บไว้ด้วย พร้อมยื่นใบเคลมเพื่อแจ้งซ่อม
    • ขอใบรับรถมาจากศูนย์หรืออู่มาให้เรียบร้อย ถ่ายเอกสารเก็บไว้ด้วย
    • แจ้งศูนย์หรืออู่ให้ถ่ายรูปตอนซ่อมรถแล้วส่งมาให้เราดูด้วย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการยื่นแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม
    • เมื่อรถซ่อมเสร็จก็ให้เราไปรับรถพร้อมขอสำเนาใบรับรถหรือหนังสือส่งมอบรถเสร็จที่ระบุวันที่ไว้อย่างชัดเจน
    • จากนั้นให้เรา download แบบฟอร์มแจ้งเคลมค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมจากบริษัทประกันของคู่กรณี หรือจะหาแบบฟอร์มในอินเตอร์เน็ทก็ได้นะครับ
    • เตรียมเอกสารของตัวเราเองให้พร้อมเริ่มจากใบขับขี่รถยนต์และสำเนาด้วย
    • สำเนาหน้าตารางกรมธรรม์ประกันรถยนต์ปัจจุบันของรถเรา ทุกชั้นแจ้งเคลมได้ครับ
    • สำเนาทะเบียนรถยนต์ของเรา
    • สำเนาบัญชีธนาคารที่เราจ้องการให้โอนเงินค่าขาดประโยชน์กลับมาให้ซึ่งก็ควรเป็นบัญชีของตัวเราเองนะครับ

     

    เพื่อการตามเรื่องแบบใช้เวลารวดเร็วที่สุดและไม่ต้องไปหลายๆ รอบ ผมขอแนะนำให้เตรียมเอกสารให้ครบในครั้งเดียว และเมื่อเราเดินทางไปด้วยตัวเองเพื่อติดต่อเรื่องการเคลมค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมก็ขอชื่อและเบอร์ติดต่อเจ้าหน้าที่กลับมาด้วยนะครับเราจะได้ตามเรื่องถูกคน ถูกแผนกครับ

     

    ส่วนระยะเวลาที่เราต้องรอคอยนั้นขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของแต่ละบริษัทประกันภัยนะครับ ถ้าใช้เวลานานเป็นเดือนๆ เราก็ควรโทรสอบถามผลเป็นระยะด้วย แล้วก็บอกให้ทำใจกันก่อนว่า เงินชดเชยที่เราจะได้กลับมาอาจจะไม่ได้ 100% เต็มตามที่เราตั้งไปนะครับเพราะตามข้อกำหนดของคปภ. เองก็จะมีราคากลางที่บริษัทประกันภัยใช้ในการคำนวณค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมให้เราครับ

     

  • ถ้าเป็นไปได้ กรณีเรามีประกันภัยด้วย ให้หาอู่ที่รับซ่อมกับบริษัทประกันภัยทั้งสองแห่ง แจ้งให้ วิริยะทราบด้วย จะได้ไม่ต้องโต้เถียงเรื่องระยะเวลา ซึ่งโดยปกติจะนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนกระทั่งซ่อมเสร็จครับ ถ้าความล่าช้าเกิดจากบริษัทของเรา เราเรียกร้องจากบริษัทของเราได้ด้วย

  • คู่กรณีผมเป็นวิริยะ โดนตัดวันหยุด+นักขัตฤกษ์ คำนวณแล้วว่าไปร้อง คปภ. ก็เสียเวลา อ่านระเบียบแล้วก็ไม่ได้มีบังคับ ที่บ้านยังมีรถใช้ และวันหยุดก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยยอมๆ ไป ปล คปภ. ควรออกระเบียบให้ชัดไปเลยว่าต้องนับหรือไม่นับวันหยุดยังไงบ้า

  • ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สิ่งที่คนขับรถทุกคนต้องรู้

    เคยสังเกตหรือไม่ เวลาที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น สมมุติกรณีเราเป็นฝ่ายถูก เมื่อประกันของอีกฝ่ายมาถึงพวกเขาจะตรวจเช็คสภาพนั่นนี่ต่าง ๆ จากนั้นก็เซ็นเอกสารทำตามขั้นตอน หากรถเสียหายก็ต้องนำไปซ่อมแซม ซึ่งระหว่างการซ่อมนี่เองที่คุณไม่สามารถใช้งานรถของตนเองตามปกติได้ ตรงนี้ประกันฝ่ายคู่กรณีจะไม่มีใครพูดถึง ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เลย เพราะพวกเขาต้องเสียเงินเพิ่ม แต่มันคือสิ่งที่ทุก ๆ คนต้องรู้ เนื่องจากเป็นสิทธิ์พึงได้ของตนเอง

    ดังนั้น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ จึงเป็นเสมือนเงินสินไหมอีกประเภทหนึ่งที่ฝ่ายถูกต้องได้รับจากฝ่ายผิด ในช่วงเวลาที่คุณไม่สามารถใช้งานรถตนเองได้เนื่องจากกำลังเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซม ทำให้เสียเวลาต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะ จ่ายเงินเยอะกว่า (ดังที่กล่าวเอาไว้ตอนต้น) ทั้งหมดนี้จึงสามารถเรียกร้องเพื่อเอาค่าชดเชยดังกล่าวได้นั่นเอง

    วิธีเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ทำอย่างไรบ้าง

    1. ติดต่อบริษัทคู่กรณี (ฝ่ายผิด) จากนั้นให้ยืนยันคำเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ในช่วงเวลาที่รถของคุณกำลังซ่อมอยู่
    2. เมื่อบริษัทคู่กรณีแจ้งเอกสารที่ต้องการมาก็ให้คุณนำเอกสารต่าง ๆ ส่งไปยังบริษัทของเขาโดยแยกคร่าว ๆ ได้ดังนี้
      • ใบเสนอรายการด้านความเสียหายของรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ
      • ใบรับรองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน (ใบเคลม)
      • สำเนาเล่มทะเบียนรถยนต์
      • สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
      • สำเนาใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
      • หนังสือส่งมอบรถเมื่อเสร็จ / ใบรับรถ
      • รูปถ่ายในขณะที่รถกำลังถูกซ่อม
      • หนังสือเรียกร้องเกี่ยวกับสินไหม ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
      • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
    3. เจ้าหน้าที่บริษัทฝ่ายคู่กรณีจะทำการตรวจสอบ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็มีการติดต่อกลับมา (อาจขอต่อรองเกี่ยวกับค่าขาดประโยชน์ว่าคุณใช้จ่ายวันละเท่าไหร่ ต้องการเท่าไหร่ต่อวัน เป็นต้น)
    4. หลังการตกลงต่าง ๆ จบลงใช้เวลาราว 7 วัน ก็จะได้ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

    ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ได้เท่าไหร่?

    คปภ. มีการกำหนด ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ระบุเอาไว้ชัดเจน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่

    • รถยนต์ส่วนบุคคลแบบไม่เกิน 7 ที่นั่ง ไม่ต่ำกว่า 500 บาท / วัน
    • รถยนต์รับจ้างสาธารณะแบบไม่เกิน 7 ที่นั่ง ไม่ต่ำกว่า 700 บาท / วัน
    • รถยนต์ทุกประเภทแบบเกิน 7 ที่นั่ง ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท / วัน


  • เคยมีประสบการณ์การขอมาแล้ว ได้วันละ 500 และควรต้องได้ครบตามจำนวนวันที่เราเข้าซ่อมนะคะ ถ้าประกันบอกว่าได้แค่ 7 หรือ 15 วันสูงสุด ให้บอกนางเลยว่าจะฟ้องคปอ. ตามกฎต้องตามได้ตามจำนวนวันที่บอกและเราต้องเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น

Sign In หรือ Register เพื่อแสดงความคิดเห็น